LMS : BRU Learning Management System
ระบบจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ (Learning Management System: LMS) เป็นระบบที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาตลอดระยะเวลาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาสามารถเข้าศึกษาเนื้อหาบทเรียนในแต่ละรายวิชาและทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น แบบฝึกหัด แบบทดสอบ รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ในรายวิชาต่าง ๆ ตลอดจนเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล สื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอการเรียนการสอน เป็นต้น
สามารถเข้าใช้งานระบบ ได้ที่ http://lms.bru.ac.th/ โดยใช้ รหัสผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) เดียวกันกับบัญชีผู้ใช้งานระบบบริการการศึกษาหรือระบบพิสูจน์ตัวตน ที่ได้รับจากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระบบที่รองรับการเรียน
สามารถเข้าเรียนผ่านอุปกรณ์ได้ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี โน๊ตบุค สมาร์ทโฟน หรือ แท็บแล็ต โดยใช้งานผ่าน Web Browser ได้แก่ Internet Explorer เวอร์ชัน 11/ Chrome/ Safari/ Firefox
องค์ประกอบหลักของระบบ LMS มี 4 ระบบที่สำคัญ คือ
1. ระบบจัดการรายวิชา (Course Management System) ได้แก่ เครื่องมือช่วยสร้างรายวิชา จัดทำและนำเข้าเนื้อหาของรายวิชา จัดทำแหล่งค้นคว้าข้อมูลในรายวิชา ทำกิจกรรมเสริมในรายวิชา
2. ระบบบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียน (User Management System) ได้แก่ ระบบบริหารการจัดการผู้เรียนในรายวิชา สามารถสร้างกลุ่มผู้เรียนตามการเข้าใช้งานได้หลายระดับ มีระบบตรวจสอบสมาชิกผู้ใช้งาน และการเก็บรายละเอียดข้อมูลผู้เรียน
3. ระบบตรวจสอบกิจกรรมและติดตามประเมินผล (Test & Tracking Management System) ได้แก่ เครื่องมือช่วยสร้างกิจกรรมแบบทดสอบ กิจกรรมการบ้าน และระบบทดสอบประเมินผลการเรียน
4. ระบบจัดการการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ (Communication Management System) เป็นส่วนส่งเสริมการเรียนให้มีการติดต่อสื่อสารกัน ทั้งระหว่างผู้สอน – ผู้สอน, ผู้สอน – ผู้เรียน, และผู้เรียน – ผู้เรียน ซึ่งมีทั้งรูปแบบ Online และ Offline ได้แก่ Web-board, E-mail, Chat room, News, Calendar เป็นต้น
ทั้งนี้ระบบ LMS ที่ดีนั้นจะต้องรองรับมาตรฐาน SCORM เพื่อให้สามารถรองรับกับเนื้อหาวิชา ที่ถูกพัฒนาขึ้นต่างแพลตฟอร์มกัน ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้
SCORM (Shareable Content Object Reference Model)
จากการที่ e-Learning มีการพัฒนากันอย่างหลากหลายทั้งในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมถึงองค์กรทางธุรกิจทำให้ LMS, CMS (Content Management System) และ LCMS (Learning Content Management System)มีสภาพแวดล้อมของระบบที่แตกต่างกันไป แต่หลักการมาตรฐานของ e-Learning นั้นต้องมีระบบที่สามารถเรียกดูฐานข้อมูลหรือสื่อการเรียนการสอนร่วมกันได้ กลไกรการรักษามาตรฐานของ e-Learning
จึงเริ่มขึ้น จากหน่วยงานAICC (Airline Industry Computer-Based Training Committee : www.aicc.org) ของสหรัฐอเมริกา ได้พิจารณาเรื่องการรักษามาตรฐานของ e-Learning ซึ่งสรุปได้ว่ามีเพียง LCMS ที่เป็นรายละเอียดของตัวหลักสูตรรายวิชาข้อกำหนดในรายวิชา เนื้อหาและสื่อสำหรับจัดการเรียนการสอน รวมถึงข้อมูลประกอบร่วมอื่น ๆ ในหลักสูตรเท่านั้นที่ต้องใช้ร่วมกัน (Sharable Content Object) ในลักษณะรูปแบบ Meta-data ที่สามาถติดต่อระหว่างกันได้ทั่วโลกในมาตรฐานเดียวกันใน 3 องค์ประกอบคือ content, service และ technology ซึ่งมาตรฐานนี้เรียกว่า “SCORM” ปัจจุบันนี้องค์กรที่ทำหน้าที่กำหนด พัฒนามาตรฐาน e-Learningให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ประกอบด้วย 4 องค์กรหลัก ได้แก่ AICC, IEEE, IMS และ ADL
ซอฟท์แวร์ที่สนับสนุนระบบ LMS
การที่จะได้มาซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดระบบ LMS ที่สมบูรณ์นั้นจำเป็นต้องมีซอฟแวร์เข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งมีทั้งซอฟแวร์ที่พัฒนาขึ้นโดยสถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาออนไลน์ (Chulaonline), เชียงใหม่ออนไลน์ (Cmuonline), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Maxlearn) และซอฟแวร์ที่เป็น Open source ได้แก่ Moodle, Atutor,Claroline, Learnloop, Splearn, Vclass เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เลือกใช้ซอฟแวร์ Moodle ซึ่งท่านสามารถใช้งานได้ที่ http://lms.bru.ac.th

ทำความรู้จัก Moodle

Moodle (Modular Object Oriented Dynamic Learning Environment) คืออะไร?
Moodle คือโปรแกรมในการจัดการระบบการเรียนการสอน LMS (Learning Management System) ที่พัฒนาขึ้นโดย Martin Dougiamas เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเน้นปฏิสัมพันธ์ในการเรียนการสอนผ่านระบบการสื่อสารใน Moodle โดย Moodle เป็นโปรแกรมแบบ Open source คือโปรแกรมที่เผยแพร่ให้สามารถใช้ได้ฟรีโดยอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์แบบ GPL ( General Public License) คือผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมไปใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและสามารถพัฒนาต่อยอดโปรแกรมได้ภายใต้เงื่อนไขในการน าไปใช้เผยแพร่แต่ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ซ้ำได้
Moodle เป็นซอฟท์แวร์สำหรับใช้ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่าย (web-based instruction) โดยกำหนดให้มีระบบการจัดการบทเรียน ซึ่งรองรับกลุ่มผู้ใช้ 3 กลุ่ม คือ ผู้ดูแลระบบ ผู้สอน และผู้เรียน ซึ่งช่วยให้การจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพระบบนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีพื้นฐานมาจาก Software Open source ได้แก่ PHP และ MySQL ดังนั้นในการน าระบบไปใช้งานจึงไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากการลงทุนทางด้านฮาร์ดแวร์เท่านั้น
Moodle แบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ระบบ คือ
1. ระบบจัดการผู้ใช้ คือ การจัดการด้านข้อมูลของผู้ใช้งาน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้ดูแลระบบผู้สอน ผู้เรียน ซึ่งสามารถก าหนดสิทธิ์ของผู้ใช้แต่ละคนในการใช้งาน การจัดกลุ่มการเรียนของผู้เรียนบันทึกข้อมูลของผู้เรียน วัน เวลา จ านวนครั้งในการใช้งาน กิจกรรมที่ผู้เรียนทำในแต่ละครั้ง เป็นต้น
2. ระบบจัดการรายวิชา คือ การจัดการด้านข้อมูล เนื้อหาของรายวิชา และกิจกรรมในในรายวิชา เช่น การสร้างหน่วยการเรียนของรายวิชา, การสร้างเนื้อหาของหน่วยการเรียน, การก าหนดเวลาในการเข้าเรียน,การก าหนดรูปแบบการเรียน, การเพิ่มกิจกรรมในการเรียนการสอน, การสั่งงาน(การบ้าน)และการส่งงาน,การวัดและประเมินผล(ท าแบบทดสอบในรายวิชา), การสร้างข้อสอบซึ่งสามารถได้ถึง 9 รูปแบบ ได้แก่ คำถามปรนัย, คำถามอัตนัย, คำถามถูกผิด, เติมคำตอบด้วยตัวเลข, คำนวณ, คำถามจับคู่, คำอธิบาย, สร้างคำถามจับคู่จากอัตนัย, เติมคำในช่องว่าง เป็นต้น และตัวช่วยในการเรียน เช่น อภิธานศัพท์, การสืบค้นข้อมูล เป็นต้น
3. ระบบจัดการการสื่อสาร คือ เครื่องมือด้านการสื่อสารที่มีอยู่ในระบบของ Moodle มีหลายรูปแบบเพื่อให้ เกิดการสื่อสารที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ผู้เรียนกับผู้เรียน และผู้สอนกับผู้สอนด้วยกันเอง เช่น Chat Room, Web-board สามารถใช้ได้ใน 3 ลักษณะ คือ
1) เพื่อประกาศข่าวสารในรายวิชา
2) เพื่อการอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ในรายวิชา
3) เพื่อเป็นเครื่องมือในการถามตอบประเด็นหรือข้อสงสัยต่าง ๆในรายวิชา
สนใจสมัครเข้าอบรมการพัฒนาระบบการเรียนการสอนออนไลน์ ( Learning Management System : LMS )